MENU
danis-lou-jfZfdQtcH6k-unsplash

2020.5.13

user-icon

ถอดบทเรียนครั้งสำคัญจากวิกฤติโควิด 19 สู่การปรับตัวของร้านอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทย

アクセス数: 209

ย้อนไปเมื่อ ค.ศ. 1939 ร้านอาหารญี่ปุ่นเจ้าแรกที่เข้ามาเปิดบริการในประเทศไทยมีชื่อว่า “ฮานาย่า” โดยมีเจ้าของเป็นชาวญี่ปุ่นแท้ ๆ ที่นำสูตรอาหารต้นตำรับข้ามน้ำข้ามทะเลมา เพื่อสร้างธุรกิจและเผยแผ่เอกลักษณ์วัฒนธรรมของอาหารญี่ปุ่นสไตล์ดั้งเดิม

หลังจากนั้นในช่วงยุค ค.ศ. 1980 เป็นต้นมา โรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์และโรงงานผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า ได้เริ่มทะยอยเข้ามาตั้งฐานการผลิตใหญ่ในประเทศไทย มีชาวญี่ปุ่นจำนวนมากถูกส่งเข้ามาทำงาน โดยส่วนใหญ่จะอยู่อาศัยรอบแนวเขตนิคมอุตสาหกรรมและตามพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของกรุงเทพฯ ด้วยเหตุนี้ ร้านอาหารญี่ปุ่น จึงได้เริ่มเพิ่มจำนวนสาขาและขยายตัวเรื่อยมาจนถึงยุคปัจจุบัน

Talk about with CEO, mediator co., ltd.

คุณกันตธร วรรณวสุ / ประสบการณ์ศึกษาและทำงานในประเทศญี่ปุ่นรวม 15 ปี หลังจากจบการศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยไซตามะ เมื่อปี พ.ศ. 2547 ได้เข้าทำงานที่สำนักงานที่ปรึกษาด้านอุตสาหกรรม สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงโตเกียว ตำแหน่งผู้ช่วยที่ปรึกษาด้านอุตสาหกรรม


masaaki-komori-2miSJ1zka1M-unsplash

จากผลสำรวจของ JETRO หรือองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (2019) พบว่ามีร้านอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทยจำนวนทั้งสิ้น 3637 ร้าน แบ่งออกเป็นภายในกรุงเทพฯ 1993 ร้าน ต่างจังหวัด 1644 ร้าน และจากการสอบถามจากบริษัทตัวแทนจำหน่ายวัตถุดิบสินค้าอาหารนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น จะทราบว่าในบรรดาร้านอาหารญี่ปุ่นเหล่านั้น มีร้านอาหารญี่ปุ่นที่มีเจ้าของเป็นคนญี่ปุ่นจำนวนทั้งสิ้น 600-700 ร้าน

ปัจจุบัน ด้วยสถานการณ์ของโควิด 19 ส่งผลให้ร้านอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทย เริ่มค่อย ๆ ทะยอยปิดกิจการ โดยผลกระทบหลักนอกจากเรื่องของไวรัส ผมกลับมองว่ากลยุทธ์การสร้างและพัฒนาร้านคือ สิ่งที่คอยฉุดรั้งให้ร้านอาหารญี่ปุ่นที่มีเจ้าของเป็นคนญี่ปุ่นแท้ ๆ ไม่ได้รับความนิยมนัก เนื่องจากร้านอาหารของคนญี่ปุ่นจะให้ความสำคัญกับผู้ใช้บริการที่เป็นคนญี่ปุ่นมากกว่าคนไทย อย่างเช่น

รสชาติของอาหารที่คงเอกลักษณ์ดั้งเดิมแต่กลับไม่ถูกปากคนไทยส่วนใหญ่

ราคาอาหารที่มีอัตราแลกเปลี่ยนทางสกุลเงินสูงเทียบเท่ากับที่ญี่ปุ่น (เงินบาทและเงินเยน)

ไม่มีเมนูภาษาไทยทำให้ยากลำบากต่อการสื่อสารกับเชฟและพนักงานเสิร์ฟ

สถานที่ตั้งร้านส่วนใหญ่อยู่ในซอยลึกและแคบ หรืออยู่ติดริมถนนสุขุมวิท ซึ่งยากต่อการสัญจร

ร้านส่วนใหญ่ไม่มีบริการจัดส่งอาหาร หรือช่องทางบนแพลตฟอร์มออนไลน์

ขาดการโปรโมทและประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์ เช่น Facebook, Line@ หรือ Instagram


alva-pratt-a5ToDH34m0I-unsplash

สังเกตุได้ว่าแม้จะเปิดร้านในประเทศไทยแต่กลับไม่ให้ความสำคัญต่อลูกค้าที่เป็นชาวไทยสักเท่าไหร่เลย เพราะร้านส่วนใหญ่ จะตั้งอยู่ในแหล่งชุมชนที่มีคนญี่ปุ่นจำนวนมากอยู่อาศัย เช่น สีลม อโศก ทองหล่อ แค่ขายอาหารให้กับคนญี่ปุ่นก็สามารถอยู่ได้แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องพัฒนา-ปรับปรุงสิ่งใดนัก และเมื่อเกิดวิกฤติโควิด 19 คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ซึ่งเลือกกลับไปใช้ชีวิตยังประเทศเดิมของตน ร้านอาหารเหล่านี้จึงขาดลูกค้า ขาดรายได้ และต้องค่อย ๆ ปิดกิจการไปในที่สุด

ดังนั้น การปรับตัวเพื่อความอยู่รอดจากบทเรียนโควิด 19 ร้านอาหารของคนญี่ปุ่น ผมคิดว่าควรจะต้องเน้นการ Localized ธุรกิจ มีการประชาสัมพันธ์ให้เป็นที่รู้จักในกลุ่มคนไทยมากขึ้น มีการใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อช่วยสร้างฐานกลุ่มลูกค้าใหม่ที่เป็น Localized ชาวไทย บนช่องทางออนไลน์ที่มีให้เลือกตั้งแต่ Grab Food, Get, Line Man, Food Panda นอกจากนั้น ควรเพิ่มบริการจัดส่งอาหารเองจากทางร้าน โดยคำนวนระยะทางการจัดส่งไม่เกิน 5 กิโลเมตร หรือช่วง 3 สถานีรถไฟฟ้า พร้อมสร้างการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์ ด้วยโปรโมชั่นและเมนูอาหารใหม่ ๆ และที่สำคัญควรปรับรสชาติอาหารให้ถูกปากคนไทยดียิ่งขึ้น

“การคำนึงถึงบริบทและพฤติกรรมของผู้บริโภค คือหัวใจหลักต่อการดำเนินธุรกิจเพื่อความอยู่รอด”


6

ร้านอาหารญี่ปุ่นแฟรนไชส์ หรือร้านอาหารญี่ปุ่นที่มีเจ้าของเป็นคนไทยได้รับผลกระทบอย่างไรในวิกฤติโควิด 19

สำหรับร้านอาหารญี่ปุ่นแฟรนไชส์ หรือร้านอาหารญี่ปุ่นที่มีเจ้าของเป็นคนไทยก็ได้รับผลกระทบในวิกฤติโควิด 19 เช่นเดียวกัน แต่ในเรื่องของโครงสร้างและกลยุทธ์ทางการตลาดที่เน้นตลาดกลุ่มลูกค้าคนไทยตั้งแต่ก่อนเกิดวิกฤติ อาจจะทำให้ไม่ได้รับผลกระทบรุนแรงขนาดต้องปิดกิจการเช่นเดียวกับร้านอาหารที่มีเจ้าของเป็นคนญี่ปุ่น เนื่องจากร้านอาหารญี่ปุ่นที่เป็นแฟรนไชส์ จะมีบริการจัดส่งอาหารผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์อยู่ก่อนแล้ว ซึ่งเป็นการปรับตัวตามพฤติกรรมของผู้บริโภคมาแต่เนิ่น ๆ ก่อนเกิดภาวะวิกฤติ ขอยกตัวอย่างร้านโอโตยะ จากเครือ CRG Central Restaurant ซึ่งเป็นกลุ่มทุนใหญ่ไทยที่สามารถดึงแฟรนไชส์ร้านอาหารญี่ปุ่นเข้ามาเปิดบริการในไทยได้มากที่สุด

CRG จะเน้นการบริหารจัดการในลักษณะปรับตัวตามพฤติกรรมผู้บริโภคชาวไทยส่วนใหญ่ อย่างเช่น ปรับเปลี่ยนรสชาติอาหารให้เหมาะสม เพิ่มจำนวนสาขาอย่างทั่วถึงรอบเขตพื้นที่ตัวเมืองและต่างจังหวัด รวมถึงการทำประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อโฆษณาออนไลน์-ออฟไลน์ พร้อมโปรโมชั่นส่วนลดดี ๆ ตลอดทุกเดือน

Ranking