MENU
1

2016.12.20

user-icon

การทำให้ทุกคนมองเห็นภาพเดียวกัน | การบริหารองค์กรสไตล์เอเซีย vol.04

アクセス数: 1772

วิธีการทำให้เกิดความเป็นหนึ่งเดียวกันที่ได้จากพิธีปิดงานโอลิมปิก 2016

การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกได้จบลงไปแล้ว ครั้งนี้มีประเทศไทยได้เหรียญทองจากกีฬายกน้ำหนัก ประเทศเวียดนามได้เหรียญทองเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ คงกล่าวได้ว่าเป็นโอลิมปิกครั้งที่แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าครั้งยิ่งใหญ่ของประเทศต่างๆในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้เลยทีเดียว

และที่เป็นที่กล่าวขานกันมากกว่านั้นคือ คลิปวีดีโอ PR เกี่ยวกับโตเกียวในพิธีปิดการแข่งขัน ซึ่งนอกจากจะมีโดเรมอนและกัปตันซึบาสะโผล่มาในคลิปแล้ว นายกฯอาเบะของญี่ปุ่นยังได้แปลงเป็นซุปเปอร์มาริโอและปรากฏตัวออกมากลางสนาม สร้างความฮือฮาเป็นที่กล่าวขวัญกันมาก

img1471847596

วันรุ่งขึ้น พนักงานและเพื่อนคนไทยต่างพูดกันว่า ‘การ PR ของญี่ปุ่นทำได้ดีมากๆ! อยากได้ดูโอลิมปิกที่โตเกียวเลย!’ ผมในฐานะคนญี่ปุ่นรู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก ซึ่งการที่ได้ ‘มีประสบการณ์ร่วม’ นี้มีผลทำให้เกิดความรู้สึกความเป็นหนึ่งเดียวกัน ในบริษัทเองก็เช่นเดียวกัน เวลาที่เรารวมพนักงานทุกคนให้ได้รับประสบการณ์ผ่านกิจกรรมอะไรต่างๆร่วมกันแล้ว จะช่วยทำให้ทิศทางของบริษัทเดินไปในทางเดียวกัน

ทำไม? ทั้งๆที่มองเห็นสิ่งเดียวกัน แต่การกระทำถึงออกมาตรงข้ามกัน

แต่ในบางครั้งอาจจะคิดว่าทำงานอยู่บริษัทเดียวกันอยู่แล้ว ไม่เห็นจำเป็นที่จะต้องอุตส่าห์ทำกิจกรรมเพิ่มเติมเลย บางคนอาจจะคิดว่า ‘ปกติก็คุยกันบ่อยๆอยู่แล้ว ทำไมต้องอุตส่าห์หาเรื่องทำเพิ่มอีกด้วย’

ในความเป็นจริง มีหลายกรณีมากที่คนเราคิดว่ามองสิ่งเดียวกัน แต่จริงๆแล้วต่างคนต่างมองเห็นและรับรู้ในสิ่งที่แตกต่างกัน ดังเช่นภาพ ‘แจกันรูบิน’ (อังกฤษ : Rubin Vase)

Rubin2

Wikipedia:Rubin Vase

ถึงแม้ว่าจะมองภาพภาพเดียวกันก็ตาม บางคนอาจจะมองเห็นเป็นภาพ ‘หน้าคน’ หรือบางคนอาจจะมองเห็นเป็น ‘แจกัน’ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าวิธีการรับสารของแต่ละคนนั้นแตกต่างกันไป และสิ่งเหล่านี้เองก็เกิดขึ้นได้บ่อยๆในองค์กรเช่นเดียวกัน

ตัวอย่างเช่นเวลาที่เราทำงานแล้วเกิดปัญหาขึ้นมา บางคนอาจจะคิดว่า ‘ปัญหานี้มีสาเหตุอยู่ที่ตัวลูกค้า เราไม่จำเป็นต้องทำอะไร’ หรือบางคนก็จะคิดอีกแบบว่า ‘ปัญหานี้เป็นปัญหาของเรา พวกเราควรที่จะต้องรับและพยายามแก้ปัญหานี้ให้ได้’และผลจากวิธีการมองที่แตกต่างกัน จะทำให้การกระทำที่จะเกิดตามมานั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

นอกจากนี้คนส่วนใหญ่มักจะติดนิสัย ‘รับสารและตีความในแบบที่ตัวเองอยากให้เป็น’ ยกตัวอย่างจากกรณีข้างบน เช่น ‘ คนที่อยากปกป้องตัวเอง ‘ มักจะตีความว่า ‘ เป็นความผิดของลูกค้า ‘ แต่คนที่คิดว่า ‘ การแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นคือการเรียนรู้ ‘ จะคิดกลับทางว่า ‘ เราเองก็อาจจะมีส่วนผิดเช่นเดียวกัน? ‘ เป็นต้น สิ่งต่างๆเหล่านี้จะแสดงให้เห็นถึงค่านิยมของแต่ละคน และคนก็เป็นส่วนประกอบที่มารวมกันเป็นองค์กร และอาจสร้างให้เกิดปัญหาในองค์กรขึ้นได้ด้วย

วิธีคิดที่จะช่วยทำให้ ‘ทุกคนมองเห็นภาพเดียวกัน’

งานที่สำคัญอีกงานหนึ่งของคนที่เป็นผู้นำในองค์กรคือ การสร้างให้เกิดพลังร่วมจากการ ‘สร้างประสบการณ์ร่วมกันของคนในองค์กร’

สิ่งที่จำเป็นมากสิ่งหนึ่งคือการพูดคุยหารือบน ‘ข้อเท็จจริง (fact)’ เวลาที่เกิดปัญหาไม่ควรที่จะจับประเด็นที่ ‘ใคร? ใครทำ? ใครเป็นสาเหตุ?’ แต่ควรจับประเด็นที่ข้อเท็จจริง (fact) และพยานหลักฐาน (evidence) ว่า ‘ใคร? ทำอะไร? ที่ไหน? เมื่อไหร่?’ ซึ่งอยากขอย้ำอีกครั้งว่าคนส่วนใหญ่มักจะติดนิสัย ‘รับสารและตีความในแบบที่ตัวเองอยากให้เป็น’ บางครั้งคนเราถึงแม้จะรู้อยู่ในใจแต่บางครั้งจิตใต้สำนึกก็ไม่อยากยอมรับ ดังนั้นคนที่เป็นผู้นำควรจะต้องหาพยานหลักฐาน (evidence) และมุ่งประเด็นไปที่เรื่องของ ‘ข้อเท็จจริง (fact)’

อีกสิ่งหนึ่งที่จำเป็นมากคือ ‘การลดปัญหาทางภาษาในการสื่อสาร’ ผมเองก็ทำงานในสภาพแวดล้อมที่ต้องใช้ทั้งภาษาญี่ปุ่น ไทย อังกฤษ ซึ่งสภาพแวดล้อมการสื่อสารด้วยหลายๆภาษานี้ ทำให้การบริหารจัดการนั้นยากกว่าการบริหารทีมที่ใช้ภาษาแม่ภาษาเดียว และหลายๆประเทศในเอเซียก็คงมีสภาพแวดล้อมการทำงานหลายภาษาเช่นเดียวกัน

เมื่อวันก่อนได้มีโอกาสหารือกับคนไทยและคนญี่ปุ่นในบริษัทหนึ่งถึงเรื่องการสร้าง ‘team building’ หลังจากที่ได้คุยกันไปซักพักใหญ่ๆทำให้รู้ว่าสิ่งที่คนไทยและคนญี่ปุ่นกำลังพูดกันอยู่นั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ทางฝั่งคนไทยคิดว่าการสร้าง ‘team building’ คือการ ‘ให้ทุกคนไปมีประสบการณ์สนุกสนานร่วมกัน โดยที่ไม่ต้องคิดเรื่องงาน’ และจะช่วยกระตุ้นสร้างให้เกิดความสามัคคีกัน แต่ทางฝั่งคนญี่ปุ่นคิดกลับกันว่าการสร้าง ‘team building’ คือการ ‘พูดคุยหารือกันอย่างจริงจัง (มากกว่าเวลางานปกติ) เพื่อที่จะสร้างให้เกิด commitment ร่วมกัน’ ซึ่งแสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า จากคำพูดหนึ่งคำคำเดียวกันนี้ สามารถตีความไปได้หลายรูปแบบ ซึ่งในองค์กรเราเองก็มักจะเกิดความเข้าใจไม่ตรงกันลักษณะนี้อยู่เสมอ

ความพยายามอยู่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น

วิธีที่จะช่วยสามารถแก้ปัญหานี้ได้คือ ‘การการพยายามสื่อสารเนื้อความเดียวกันโดยใช้หลายๆภาษา’ ยกตัวอย่างเช่นบริษัทญี่ปุ่นญี่ปุ่นในประเทศไทยบริษัทหนึ่ง จะทำบันทึกการประชุมทุกครั้งด้วย 3 ภาษา คือ ภาษาญี่ปุ่น ไทย อังกฤษ ซึ่งต้องใช้ความพยายามเป็นอย่างสูง แต่อาจจะเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำเพื่อสร้างให้เกิดการ ‘สร้างประสบการณ์ร่วมกันของคนในองค์กร’ ของคนในองค์กร

บทความนี้ก็เช่นเดียวกัน พวกผมตั้งใจอุตส่าห์ทำเป็น 2 ภาษา คือ ภาษาไทยและญี่ปุ่น เพราะความตั้งใจที่อยากจะช่วยสร้างให้คนไทยและคนญี่ปุ่นเกิดความเข้าใจกันได้มากยิ่งๆขึ้นไป ทุกคนก็เช่นเดียวกัน เวลาที่มีการประชุมกันหรือฝึกอบรมสัมมนาต่างๆร่วมกัน อยากให้สังเกตุและคิดอยู่เสมอว่า ‘ตอนนี้ทีมของเรากำลังเห็นภาพอะไรร่วมกันอยู่? พวกเราเข้าใจตรงกันแล้วหรือยัง?’ เพราะมันจะเป็นสิ่งที่ช่วยทำให้องค์กรเดินไปในทิศทางเดียวกันได้อย่างมีพลังครับ

日本語版はこちら

[ การบริหารองค์กรสไตล์เอเซีย ] สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการทำงานเป็นทีมร่วมกันระหว่างคนไทยและคนญี่ปุ่น

บทความต่อเนื่องนี้เป็นบทความที่เขียนเป็นภาษาไทยและภาษาญี่ปุ่น สำหรับคนไทยที่ทำงานร่วมกับคนญี่ปุ่นและคนญี่ปุ่นที่ทำงานในประเทศไทย รวมถึงบริษัทญี่ปุ่นที่คิดจะตัดสินใจมาลงทุนในประเทศไทยต่อจากนี้ ผมเองก็จะพยายามสร้างทีมของผมให้เป็นทีมที่มีความสุข และจะแชร์ความรู้และประสบการณ์ในการทำงานในฐานะที่ปรึกษาด้านบุคลากรของผมให้แก่ทุกท่านผ่านการเขียนบทความนี้ หวังว่าบทความนี้จะช่วยสร้างให้ความสัมพันธ์ในการทำงานของคนไทยและคนญี่ปุ่นดีขึ้นครับ(บทความที่เกี่ยวข้อง)(บทความภาษาญี่ปุ่น)
คัทสึฮิโระ นากามุระ : จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยโซเฟีย และเข้าทำงานที่แรกที่บริษัทเนสท์เล่ประเทศญี่ปุ่นในปี ค.ศ. 2001 ต่อมาในปี ค.ศ. 2005 เข้าทำงานที่บริษัท Link and Motivation Inc. ดูแลโปรเจคการพัฒนาบุคลากรและการปรับโครงสร้างองค์กร ปี ค.ศ. 2010 เข้าทำงานที่บริษัท GLOBIS Corporation ประจำการที่ประเทศสิงค์โปร์ ดูแลเรื่องโปรเจคการพัฒนาบุคลากรต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และในปี ค.ศ. 2014 ได้ก่อตั้งบริษัท เอเชียน ไอเดนติตี้ จำกัด บริษัทที่ปรึกษาด้านบุคลากรและองค์กร พร้อมทั้งดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ ปัจจุบันใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการให้บริการปรึกษาคัดเลือกและพัฒนาบุคลากร สร้างวัฒนธรรมองค์กร ระบบการประเมินบุคลากร ให้แก่บริษัทต่างๆ ที่ตั้งอยู่ในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Asian Identity Co., Ltd.
URL : http://asian-identity.com/
FB : www.facebook.com/asian.identity

Ranking