MENU
3

2016.8.23

user-icon

งานที่สำคัญที่สุดของคนที่เป็นผู้นำ | การบริหารองค์กรสไตล์เอเซีย vol.03

アクセス数: 1466

งานที่สำคัญที่สุดของคนที่ทำหน้าที่เป็นผู้นำในองค์กร

บทความครั้งที่ 3 นี้ ขอเขียนเกี่ยวกับการเป็น ‘ผู้นำในองค์กร’ ซึ่งคาดว่าผู้ที่ได้มีโอกาสอ่านบทความนี้น่าจะเป็นคนที่ทำงานอยู่ในฐานะหัวหน้าในองค์กรต่างๆไม่มากก็น้อยครับ

งานที่สำคัญที่สุดของคนที่ทำหน้าที่เป็นผู้นำในองค์กร คือ ‘การทำให้คนในทีมรู้จักวิสัยทัศน์ของตนเอง’

ถ้าเรากล่าวถึง ‘ผู้นำที่ยิ่งใหญ่ของเอเซีย’ แล้ว คงมีหลายคนที่จะนึกถึง ‘ลี กวนยู’ อดีตผู้นำของสิงค์โปร์ที่สามารถนำพาประเทศเกาะเล็กๆในคาบสมุทรมลายูให้กลายมาเป็นหนึ่งในประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจได้ภายใน generation เดียวเท่านั้น ถึงแม้ว่าตอนนี้เค้าจะล่วงลับไปแล้วก็ตาม แต่เรามีสิ่งที่สามารถเรียนรู้ได้จากความเป็นผู้นำและผลงานที่เค้าได้สร้างขึ้นได้อย่างมากมาย

ประเทศสิงค์โปร์เป็นประเทศที่มีคนหลายเชื้อชาติอาศัยอยู่ร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นคนเชื่อสายจีน มาเล และอินเดีย ซึ่งปัญหาเรื่องการรวมความคิดคนในชาติให้เกิดความเป็นหนึ่งเดียวนั้นเป็นปัญหาที่ถูกกล่าวขานกันเป็นอย่างมากตั้งแต่สมัยก่อตั้งประเทศ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้สิงค์โปร์ให้ความสำคัญกับการสงวนรักษาการเป็น ‘การเป็นสังคมที่ยอมรับในหลากหลายเชื้อชาติ (multiracialism)’ ตลอดมา และเนื่องจากสิงค์โปร์เป็นประเทศที่ไม่มีทรัพยากรอื่นนอกจากการพัฒนา ‘คน’ จึงทำให้สิงค์โปร์ให้ความสำคัญกับ ‘หลักการบริหารที่เน้นความรู้ความสามารถของบุคคลเป็นหลัก (meritocracy)’ เป็นอย่างมาก ซึ่ง 2 สิ่งนี้นับว่าเป็น ‘วิสัยทัศน์ (vision)’ ที่อดีตผู้นำได้กล่าวถึงตลอดเวลาที่บริหารประเทศและสามารถทำให้เกิดขึ้นจริงได้ตามที่ตั้งเป้าหมายไว้

ลักษณะของการตั้งวิสัยทัศน์แบบชัดเจนลักษณะนี้ เป็นสิ่งที่ทุกคนพูดกันว่าเป็นสิ่งที่คนญี่ปุ่นไม่ค่อยถนัดเท่าไรนัก เนื่องจากญี่ปุ่นมีวัฒนธรรมการสื่อสานแบบ high context culture คือ การที่ ‘ผู้ส่งสารไม่จำเป็นต้องพูดตรงๆ ผู้รับสารก็สามารถเข้าใจสิ่งที่ต้องการสื่อสารได้’ เลยเป็นเหตุทำให้ไม่จำเป็นต้องพูดอย่างชัดเจน เช่น ถ้าเรากล่าวถึง ‘สังคมที่ดี’ ถ้าเป็นคนญี่ปุ่นด้วยกันเองก็จะเข้าใจคำจำกัดความได้ตรงกันได้โดยไม่ต้องอธิบาย แต่ถ้าเป็นคนชาติอื่นส่วนใหญ่จะต้องการคำอธิบายว่า ‘ส่วนที่ดีของสังคมนั้นคืออะไร’ จนกว่าจะเข้าใจ ‘บริษัทที่ดี’ สำหรับคุณอาจจะหมายถึง ‘บริษัทที่มีงานที่ทำแล้วรู้สึกได้อุทิศตัวเป็นประโยชน์’ แต่สำหรับอีกคนอาจจะหมายถึง ‘บริษัทที่มีงานสบาย’ ซึ่งจะทำให้การทำงานไปคนละทิศคนละทาง

ทั้งนี้ผู้นำที่เราพูดถึงในบทความนี้เราไม่ได้จำเพาะเจาะจงหมายถึงผู้นำสูงสุดขององค์กร เพียงแค่คุณอยู่ในตำแหน่งที่ต้องมีลูกน้องแค่คนเดียวก็ตาม การตั้งวิสัยทัศน์ก็ถือเป็นเรื่องสำคัญมากแล้ว เราอาจจะสามารถเริ่มได้เลยจากเรื่องง่ายๆ เช่น ‘เราจะทำให้ที่ทำงานเป็นที่ที่สนุก’ หรือ ‘เรามาร่วมกันลดและป้องกันข้อผิดพลาดที่จะเกิดขึ้นจากการทำงานกัน’ เป็นต้น การที่เราให้พนักงานแต่ละคนเล่าถึง ‘สิ่งที่อยากให้บริษัทเป็น’ เพื่อให้ความคิดของแต่ละคนเป็นแบบอย่างให้กันและกันนั้น เราเรียกสิ่งนี้ว่า ‘Shared Leadership’ ซึ่งการบริหารนโยบายองค์กรจะไม่ได้มาในลักษณะ top down จากข้างบนลงข้างล่าง แต่จะเป็นการสร้างองค์กรแบบ ‘share’ และต้องมี ‘ผู้นำในองค์กรหลายคน’ ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วคิดว่าน่าจะเหมาะกับวัฒนธรรมคนเอเซียเป็นอย่างมาก

ใช้ ‘เรื่องราว’ เป็นตัวเล่าเรื่อง

ในกรณีที่มีหัวหน้าหรือว่าลูกน้องเป็นคนต่างชาติมักจะติดปัญหาเรื่องภาษาและการสื่อสาร ทำให้การเล่าวิสัยทัศน์ให้ฟังอย่างเข้าใจจะเป็นเรื่องที่ยากขึ้นมาทันที ซึ่งกรณีนี้มีเคล็ดลับอย่างหนึ่งคือ การอธิบายความหมายของวิสัยทัศน์ผ่านการเล่าให้เป็น ‘เรื่องราว’

เรื่องราวในที่นี้อาจเปรียบเทียบได้กับนิทาน ‘กาลครั้งหนึ่งนานมากแล้ว…’ ที่คุณแม่อ่านให้คุณลูกฟังก่อนนอนในวัยเด็ก ซึ่งเวลาที่เราฟังเรื่องราวเหล่านี้ เราจะจินตนาการ ‘ภาพ’ ในสมอง และหลังจากที่ได้ฟังเรื่องราวตั้งแต่ต้นไปเรื่อยๆ ในสมองของเราก็จะนึกภาพตามเอามาปะติดปะต่อและทำให้ ‘เห็นภาพเป็นเรื่องราว’ ได้ตามเนื้อความท้องเรื่อง และถ้าเราสามารถเล่าเรื่องเป็น จะทำให้ผู้รับสารสามารถเข้าใจเนื้อหาได้โดยไม่จำเป็นต้องเข้าใจเนื้อหาคำพูดของภาษาทั้งหมด ดังเช่นหนังในโรงภาพยนตร์ที่สามารถนำไปฉายในประเทศไหนก็ได้ เพราะภาพเคลื่อนไหวที่ชัดเจนเป็นสิ่งที่ไม่ว่าใครก็ตามในโลกก็ดูเข้าใจตรงกัน

ที่ผมยกตัวอย่างเกี่ยวกับ ลี กวนยู เมื่อสักครู่นี้ อดีตผู้นำเคยกล่าวไว้สมัยที่ประเทศสิงค์โปร์ยังไม่มีอะไรเลยว่า ‘ผมเห็นภาพว่า อีกหน่อยประเทศนี้จะกลายเป็นประเทศที่มีแต่ตึกสูงๆเป็นจำนวนมาก’ ซึ่งก็เป็นวิธีสร้างภายให้เห็นเป้าหมายร่วมกันเช่นเดียวกัน ถ้าเราบอกกับลูกน้องของเราด้วยภาพที่ทุกคนนึกออกร่วมกันง่ายๆเช่น ‘ทุกคนลองนึกภาพพร้อมๆกันครับว่า เราจะช่วยกันทำให้ออฟฟิศของเราเป็นระเบียบสวยสะอาดน่านั่งทำงานกันเถอะ’ ทุกคนก็จะเห็นภาพ เข้าใจ และจำเป็นภาพได้ง่ายๆ และที่สำคัญคือ สามารถนำไปปฏิบัติต่อได้ง่าย

ให้คำจำกัดความของคำว่า ‘we หรือทีม’

ประเด็นสุดท้ายที่อยากฝากไว้ครั้งนี้คือเรื่องของการสร้างความรู้สึกเป็น ‘ทีมเดียวกัน’ ดังที่ในบทความครั้งแรกผมเคยเขียนถึงคนสิงค์โปร์ที่พูดว่า ‘อย่าลืมว่าพวกเราเป็นคนเอเซียเหมือนกัน’ ระหว่างการคุยเรื่องงานกันนั้นเป็นตัวอย่างที่ดีมาก เพราะการสร้างความรู้สึกว่า ‘พวกเราเป็นพวกเดียวกัน’ จะช่วยทำให้ทุกคนมองเห็นภาพและมุ่งหน้าไปในทิศทางเดียวกันได้เห็นอย่างดี

ในกรณีที่ที่ทำงานของเรามีคนญี่ปุ่นและคนไทยทำงานร่วมกันก็เช่นเดียวกัน เราจะสร้างให้เกิดความรู้สึก ‘เป็นพวกเดียวกัน’ ได้โดยการใช้ลูกค้าในการสร้าง ‘ภาพที่มองเห็นร่วมกัน’ เช่น ถ้าเป็นบริษัทที่ผลิตอาหารก็จะหาภาพรวมกันว่า ‘เราจะทำให้คนไทยได้มีโอกาสทานอาหารที่มีประโยชน์และดีต่อสุขภาพ’ เป็นต้น หรือเมื่อไม่นานมานี้ผมได้มีโอกาสไปทำงานให้กับบริษัทผู้ผลิตจักรยานยนต์ ก็ได้สัมผัสว่าคนเหล่านั้นมีภาพร่วมกันชัดเจนว่า ‘พวกเราหลงรักและคลั้งไคล้ในยานพาหนะที่เรียกว่ามอเตอร์ไซต์’ เป็นอย่างมาก ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการสร้างความรู้สึกเป็นพวกเดียวกันและหาภาพรวมกันนั้นสามารถที่จะทำให้ก้าวข้าม ‘ความแตกต่าง’ ของกันและกันเพื่อสื่อสารวิสัยทัศน์กับคนในองค์กรได้เป็นอย่างที่

บทความครั้งต่อไปผมก็ยังคงมีประเด็นต่างๆที่น่าคิดเกี่ยวกับการบริหารองค์กรสไตล์เอเซียมานำเสนอต่อไปครับ

日本語版はこちら

[ การบริหารองค์กรสไตล์เอเซีย ] สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการทำงานเป็นทีมร่วมกันระหว่างคนไทยและคนญี่ปุ่น

บทความต่อเนื่องนี้เป็นบทความที่เขียนเป็นภาษาไทยและภาษาญี่ปุ่น สำหรับคนไทยที่ทำงานร่วมกับคนญี่ปุ่นและคนญี่ปุ่นที่ทำงานในประเทศไทย รวมถึงบริษัทญี่ปุ่นที่คิดจะตัดสินใจมาลงทุนในประเทศไทยต่อจากนี้ ผมเองก็จะพยายามสร้างทีมของผมให้เป็นทีมที่มีความสุข และจะแชร์ความรู้และประสบการณ์ในการทำงานในฐานะที่ปรึกษาด้านบุคลากรของผมให้แก่ทุกท่านผ่านการเขียนบทความนี้ หวังว่าบทความนี้จะช่วยสร้างให้ความสัมพันธ์ในการทำงานของคนไทยและคนญี่ปุ่นดีขึ้นครับ(บทความที่เกี่ยวข้อง)(บทความภาษาญี่ปุ่น)
คัทสึฮิโระ นากามุระ : จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยโซเฟีย และเข้าทำงานที่แรกที่บริษัทเนสท์เล่ประเทศญี่ปุ่นในปี ค.ศ. 2001 ต่อมาในปี ค.ศ. 2005 เข้าทำงานที่บริษัท Link and Motivation Inc. ดูแลโปรเจคการพัฒนาบุคลากรและการปรับโครงสร้างองค์กร ปี ค.ศ. 2010 เข้าทำงานที่บริษัท GLOBIS Corporation ประจำการที่ประเทศสิงค์โปร์ ดูแลเรื่องโปรเจคการพัฒนาบุคลากรต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และในปี ค.ศ. 2014 ได้ก่อตั้งบริษัท เอเชียน ไอเดนติตี้ จำกัด บริษัทที่ปรึกษาด้านบุคลากรและองค์กร พร้อมทั้งดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ ปัจจุบันใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการให้บริการปรึกษาคัดเลือกและพัฒนาบุคลากร สร้างวัฒนธรรมองค์กร ระบบการประเมินบุคลากร ให้แก่บริษัทต่างๆ ที่ตั้งอยู่ในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Asian Identity Co., Ltd.
URL : http://asian-identity.com/
FB : www.facebook.com/asian.identity

Ranking