MENU
ai1

2016.6.3

user-icon

คนไทยและญี่ปุ่น ยิ่งใกล้ ยิ่งไกล | การบริหารองค์กรสไตล์เอเซีย vol.01

アクセス数: 4253

คนไทยและคนญี่ปุ่น เส้นขนานที่ไม่เคยตัดกัน

ผมเองทำงานเป็นที่ปรึกษาด้านการสร้างบุคลากรและการแก้ปัญหาเรื่องการสื่อสารภายในองค์กรให้กับบริษัทเอกชนต่างๆในประเทศไทย โดยมี ‘คน’ เป็นหัวข้อสำคัญในการทำงาน เลยมักทำให้พบกับคำปรึกษาต่างๆที่บางทีอาจจะคาดไม่ถึงจากลูกค้า เช่น ผู้จัดการคนญี่ปุ่นที่มาปรึกษาผมว่า ‘หลังจากที่ผมตักเตือนพนักงานคนไทยที่ผมจับได้ว่าโกหกว่าออกไปทำงานข้างนอก แต่จริงๆแล้วแอบหนีไปเที่ยวต่อหน้าพนักงานคนอื่นๆ ไม่กี่วันถัดมาผมก็โดนพนักงานคนไทยยืนรุมล้อมข่มขู่ในห้องประชุม ผมควรจะทำอย่างไรดี’ หรือพนักงานคนไทยที่มาปรึกษาว่า ‘หัวหน้าคนญี่ปุ่นผมเข้มงวดมาก ทำไมถึงเข้มงวดแบบไร้สาระขนาดนี้’ เป็นต้น

โดยส่วนตัวผมเอง ผมก็เป็นหัวหน้าที่มีพนักงานเป็นคนไทยเช่นเดียวกัน และจะระมัดระวังเรื่องคำพูดที่ใช้ในการสื่อสารเสมอ มีหลายครั้งที่กลับบ้านแล้วยังคงย้อนกลับไปคิดว่าคำพูดบางคำของตัวเองที่พูดไปโดยไม่ได้ตั้งใจได้ไปทำร้ายความรู้สึกใครบ้างหรือเปล่าจนนอนไม่หลับก็มี เพราะการที่จะพูดว่า ‘เราจะทำงานบนพื้นฐานความเข้าใจความแตกต่างของวัฒนธรรม’ นั้นเป็นเรื่องง่าย แต่ในการทำงานจริงแล้ว โดยเฉพาะในประเทศไทยที่ถือว่าเป็นฐานการผลิตที่สำคัญมากของประเทศญี่ปุ่น ปัญหาเรื่องการสร้างความเข้าใจและสร้างทีมหรือองค์กรที่มีทั้งคนไทยและคนญี่ปุ่นร่วมกันทำงานให้เป็นทีมที่ดีนั้น ยังคงเป็นปัญหาที่มีอยู่เสมอจนถึงปัจจุบัน

รู้สึก ‘ต่างกัน’ เพราะ ‘เหมือนกัน’ มากเกินไป

ในปี ค.ศ. 2014 Ms. Erin Meyer จาก INSEAD Business School ได้เขียนหนังสือชื่อ ’The Culture Map’ ออกมาและเป็นที่กล่าวถึงกันมาก โดยผู้เขียนได้สัมภาษณ์บุคคลต่างๆทั่วโลกและกล่าวว่ามีวัฒนธรรม 8 อย่างที่จะส่งผลต่อการทำงาน ซึ่งผมเองหลังจากที่พบกับปัญหาต่างๆในการทำงานที่ประเทศไทยก็ได้ตัดสินใจที่จะอ่านหนังสือเล่มนี้ และการอ่านหนังสือเล่มนี้ได้ยืนยันความรู้สึกของผมว่า ‘คนไทยและคนญี่ปุ่นมีความคล้ายคลึงกันเป็นอย่างมาก’

หากเปรียบเทียบวัฒนธรรมกับประเทศอื่นๆทั่วโลก คนไทยและคนญี่ปุ่นจะมีค่านิยมที่ค่อนข้างคล้ายคลึงกันมาก เช่น การสื่อสารเป็นลักษณะวัฒนธรรมแบบบริบทสูง (high context culture) คือการให้ความสำคัญกับท่าทางเวลาพูด ความรู้สึกหรือบรรยากาศในการสื่อสารมากกว่าตัวเนื้อหาหรือสิ่งที่กำลังพูดกัน หรือการที่ไม่ชอบการพูดตรงๆเพราะกลัวว่าจะไปทำร้ายความรู้สึกของฝั่งตรงข้าม และผู้รับสารก็สามารถที่จะเข้าใจว่าอีกฝ่ายหนึ่งต้องการที่จะสื่อสารอะไรกับตน เป็นต้น ซึ่งค่านิยมนี้ถือเป็นเรื่องปกติสำหรับคนญี่ปุ่นและคนไทย แต่สำหรับประเทศอื่นๆ เช่น อเมริกา ฮอลแลนด์ เยอรมัน ต่างๆกลับมีค่านิยมที่ตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิง

แต่ในความเหมือนกันก็มีบางสิ่งที่แตกต่างกัน เช่น วิธีการสร้างความ ‘ไว้วางใจ’ ซึ่งเวลาที่เราเปรียบเทียบวิธีการสร้างความไว้วางใจของคนไทยและคนญี่ปุ่นแล้วจะพบว่า คนญี่ปุ่นจะสร้างความเชื่อใจแบบ ’task base’ คือ การสร้างและสะสมความเชื่อใจจากการดูสิ่งที่ฝั่งตรงข้ามปฏิบัติผ่านประสบการณ์การทำงานร่วมกัน ส่วนคนไทยจะมีวิธีการสร้างความเชื่อใจแบบ ‘relation base’ คือ การสร้างความเชื่อใจจากการกิจกรรมต่างๆ เช่น การพูดคุยและรับประทานอาหารร่วมกัน เพื่อมองดูและตัดสินใจว่าบุคคลนี้สามารถคบหาได้หรือไม่ เป็นต้น แต่ทั้งนี้ หากมองจากประเทศอื่นๆแล้ว ทั้งประเทศไทยและญี่ปุ่นเองก็เป็น ‘relation base’ ทั้งคู่ แต่จะมีความแตกต่างกันในรายละเอียด ซึ่งถ้าใครที่มีโอกาสทำงานกับคนญี่ปุ่นอาจจะได้เคยสัมผัสรู้สึกถึงความแตกต่างนี้

อย่างไรก็ตาม เราอาจกล่าวในภาพรวมได้ว่าคนไทยและคนญี่ปุ่นนับว่าทั้ง 2 เชื่อชาติเป็นกลุ่มที่มีความ ‘คล้ายคลึงกันมาก’ ซึ่งผมเองก็ได้เริ่มไตร่ตรองอีกครั้งว่า เราควรที่จะรู้สึกดีใจและขอบคุณที่พวกเรามี ‘ความคล้ายคลึงกัน’ มากแบบนี้ เมื่อมองดูในทวีปเอเซียด้วยกันเองก็ตาม ประเทศไทยและญี่ปุ่นก็ถือเป็นสองประเทศที่นับได้ว่ามีความสัมพันธ์ที่ดีกันมากเกือบจะมากที่สุด และเพื่อให้ความสัมพันธ์นี้ยั่งยืนไปอีกเนิ่นนาน เราทั้งสองประเทศคงควรจะเข้าใจและเคารพ ‘ความแตกต่าง’ ของกันและกัน และช่วยกันถนอมรักษา ‘ความเหมือนกัน’ ของทั้งสองฝ่าย

สร้างทีมที่ดึงข้อดีจากการเป็นคนเอเซีย

ผมตัดสินที่จะทำงานในประเทศต่างๆในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้เมื่อครั้งที่ผมได้ไปเริ่มทำงานที่ประเทศสิงค์โปร์เมื่อปี ค.ศ. 2012 มีเหตุการณ์หนึ่งที่เป็นจุดเริ่มต้นความคิดนี้คือ มีบริษัทญี่ปุ่นมาปรึกษาผมว่า ‘อยากให้ความสัมพันธ์ของคนญี่ปุ่นและคนสิงค์โปร์ในองค์กรดีขึ้น’ ซึ่งในระหว่างบทสนทนานั้น มีคำพูดหนึ่งของผู้จัดการชาวสิงค์โปร์พูดออกมาและยังคงเป็นคำพูดที่ผมจำได้เป็นอย่างดีจนถึงทุกวันนี้

‘ผมว่าพวกเราเลิกให้ความสำคัญกับความเป็นคนญี่ปุ่นหรือคนสิงค์โปร์เถอะ อย่าลืมว่าพวกเราเป็นคนเอเซียเหมือนกัน’

คำพูดนั้นทำให้ผมเข้าใจหลายๆสิ่งเพิ่มขึ้นมาก พวกเราคนเอเซียมีลักษณะวัฒนธรรมการสื่อสารที่เหมือนกัน การที่เราจะสร้างองค์กรสร้างธุรกิจที่ประกอบไปด้วยบุคลากรจากหลายๆประเทศ เราคงควรจะให้ความสำคัญกับสิ่งที่ ‘เหมือนกัน’ มากกว่าสิ่งที่ ‘แตกต่างกัน’ และหลังจากนั้นเป็นต้นมา ผมก็ตัดสินใจที่จะทำงานเกี่ยวกับการสร้างองค์กรในประเทศต่างๆในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้จนถึงทุกวันนี้

บทความต่อเนื่องนี้เป็นบทความที่เขียนเป็นภาษาไทยและภาษาญี่ปุ่น สำหรับคนไทยที่ทำงานร่วมกับคนญี่ปุ่นและคนญี่ปุ่นที่ทำงานในประเทศไทย รวมถึงบริษัทญี่ปุ่นที่คิดจะตัดสินใจมาลงทุนในประเทศไทยต่อจากนี้ ผมเองก็จะพยายามสร้างทีมของผมให้เป็นทีมที่มีความสุข และจะแชร์ความรู้และประสบการณ์ในการทำงานในฐานะที่ปรึกษาด้านบุคลากรของผมให้แก่ทุกท่านผ่านการเขียนบทความนี้ หวังว่าบทความนี้จะช่วยสร้างให้ความสัมพันธ์ในการทำงานของคนไทยและคนญี่ปุ่นดีขึ้นครับ

日本語版はこちら

[ การบริหารองค์กรสไตล์เอเซีย ] สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการทำงานเป็นทีมร่วมกันระหว่างคนไทยและคนญี่ปุ่น

บทความต่อเนื่องนี้เป็นบทความที่เขียนเป็นภาษาไทยและภาษาญี่ปุ่น สำหรับคนไทยที่ทำงานร่วมกับคนญี่ปุ่นและคนญี่ปุ่นที่ทำงานในประเทศไทย รวมถึงบริษัทญี่ปุ่นที่คิดจะตัดสินใจมาลงทุนในประเทศไทยต่อจากนี้ ผมเองก็จะพยายามสร้างทีมของผมให้เป็นทีมที่มีความสุข และจะแชร์ความรู้และประสบการณ์ในการทำงานในฐานะที่ปรึกษาด้านบุคลากรของผมให้แก่ทุกท่านผ่านการเขียนบทความนี้ หวังว่าบทความนี้จะช่วยสร้างให้ความสัมพันธ์ในการทำงานของคนไทยและคนญี่ปุ่นดีขึ้นครับ(บทความที่เกี่ยวข้อง)(บทความภาษาญี่ปุ่น)
คัทสึฮิโระ นากามุระ : จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยโซเฟีย และเข้าทำงานที่แรกที่บริษัทเนสท์เล่ประเทศญี่ปุ่นในปี ค.ศ. 2001 ต่อมาในปี ค.ศ. 2005 เข้าทำงานที่บริษัท Link and Motivation Inc. ดูแลโปรเจคการพัฒนาบุคลากรและการปรับโครงสร้างองค์กร ปี ค.ศ. 2010 เข้าทำงานที่บริษัท GLOBIS Corporation ประจำการที่ประเทศสิงค์โปร์ ดูแลเรื่องโปรเจคการพัฒนาบุคลากรต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และในปี ค.ศ. 2014 ได้ก่อตั้งบริษัท เอเชียน ไอเดนติตี้ จำกัด บริษัทที่ปรึกษาด้านบุคลากรและองค์กร พร้อมทั้งดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ ปัจจุบันใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการให้บริการปรึกษาคัดเลือกและพัฒนาบุคลากร สร้างวัฒนธรรมองค์กร ระบบการประเมินบุคลากร ให้แก่บริษัทต่างๆ ที่ตั้งอยู่ในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Asian Identity Co., Ltd.
URL : http://asian-identity.com/
FB : www.facebook.com/asian.identity

Ranking